เหล็กมีกี่ประเภท รวมข้อมูลชนิดของเหล็ก และลักษณะการใช้งานในอุตสาหกรรม

31 กรกฎาคม 2026

เหล็กมีกี่ประเภท รวมข้อมูลชนิดของเหล็ก และลักษณะการใช้งานในอุตสาหกรรม

หากพูดถึงวัสดุโลหะที่อยู่รอบตัวเราอย่างแพร่หลาย คงหนีไม่พ้น เหล็ก วัสดุสำคัญในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ยานยนต์ และอีกหลากหลายแขนง แล้วคุณทราบไหมว่าแท้จริงแล้ว เหล็กมีกี่ประเภท และแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโลกของเหล็กอย่างละเอียด

 

เหล็กคืออะไร 

เหล็ก (Iron) เป็นธาตุโลหะที่มีสัญลักษณ์ทางเคมีคือ Fe ถือเป็นโลหะที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมากที่สุดในโลก เหล็กที่พบตามธรรมชาติมักจะอยู่ในรูปของสินแร่ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการถลุงเพื่อสกัดให้ได้โลหะบริสุทธิ์ออกมา จากนั้นจึงนำไปแปรรูปเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ

 

ประเภทของเหล็ก 

ระเภทของเหล็ก

โดยทั่วไปแล้ว ประเภทของเหล็กสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามกระบวนการผลิตและคุณสมบัติทางเคมี ได้แก่ เหล็กหล่อและเหล็กกล้า ซึ่งทั้งสองชนิดมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

เหล็กหล่อ 

เหล็กหล่อ (Cast Iron) คือโลหะผสมระหว่างเหล็กกับคาร์บอน โดยมีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า 2% ทำให้มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าเหล็กกล้า เหล็กหล่อจึงถูกนำมาขึ้นรูปด้วยวิธีการหล่อเป็นหลัก เพราะมีความแข็งแต่เปราะและไม่สามารถนำไปรีดหรือขึ้นรูปด้วยวิธีอื่นได้ง่าย จึงมักใช้ผลิตชิ้นส่วนที่ต้องการความทนทานต่อแรงกด นอกจากนี้เหล็กหล่อยังสามารถแบ่งย่อยออกได้ ดังนี้

 

เหล็กหล่อเทา 

เหล็กหล่อเทา (Gray Cast Iron) มีโครงสร้างคาร์บอนในรูปของกราฟไฟต์แทรกอยู่ ทำให้มีรอยแตกสีเทาเมื่อหัก และมีคุณสมบัติที่เด่นเรื่องการรับแรงอัดได้สูง แต่เปราะ เหล็กหล่อเทา จึงเหมาะสำหรับทำชิ้นส่วนเครื่องจักรกลหรือแท่นรองรับน้ำหนัก

 

เหล็กหล่อขาว 

เหล็กหล่อขาว (White Cast Iron) มีคาร์บอนอยู่ในรูปของคาร์ไบด์ ทำให้มีสีขาวเมื่อหัก เหล็กหล่อขาวมีความแข็งแรงและทนทานต่อการเสียดสีได้ดีมาก แต่ก็มีความเปราะสูงเช่นกัน จึงมักใช้ทำชิ้นส่วนที่ต้องทนต่อการเสียดสีรุนแรง

 

เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลม 

เหล็กหล่อกราฟไฟต์กลม (Ductile Iron หรือ Nodular Iron) เป็นการเติมสารบางชนิด เช่น แมกนีเซียม ลงไปในน้ำเหล็ก ทำให้โครงสร้างคาร์บอนเปลี่ยนเป็นทรงกลม ส่งผลให้เหล็กหล่อชนิดนี้มีความเหนียวและทนทานต่อแรงกระแทกมากขึ้น จึงนิยมใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงแต่ไม่เปราะ

 

เหล็กหล่ออบเหนียว 

เหล็กหล่ออบเหนียว (Malleable Iron) คือ เหล็กหล่อขาว ที่ผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อนสูง ทำให้โครงสร้างคาร์บอนเปลี่ยนรูปเป็นเม็ดเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้ายทรงกลม ส่งผลให้มีความเหนียวและทนทานกว่าเดิม เหล็กหล่ออบเหนียวเหมาะสำหรับผลิตชิ้นส่วนที่ต้องทนแรงกระแทกได้ดี เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ หรือข้อต่อท่อ

 

เหล็กหล่อโลหะผสม 

เหล็กหล่อโลหะผสม (Alloy Cast Iron) เป็นเหล็กหล่อที่มีการเติมธาตุอื่น ๆ เช่น นิกเกิล โครเมียม หรือโมลิบดีนัม เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติให้ดียิ่งขึ้น เช่น ทนความร้อนสูง ทนการกัดกร่อน หรือทนต่อการเสียดสี เหล็กหล่อชนิดนี้จึงมีคุณสมบัติเฉพาะทางสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

 

เหล็กกล้า 

เหล็กกล้า (Steel) คือโลหะผสมของเหล็กและคาร์บอน โดยมีปริมาณคาร์บอนต่ำกว่า 2% ทำให้มีความเหนียว แข็งแรง และสามารถขึ้นรูปได้หลากหลายกว่าเหล็กหล่อ เหล็กกล้าจึงเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งงานก่อสร้าง ยานยนต์ และเครื่องมือต่าง ๆ เหล็กมีกี่ประเภท ถ้าเป็นเหล็กกล้าก็มีมากมาย แต่แบ่งหลัก ๆ ได้ดังนี้

 

เหล็กกล้าคาร์บอน 

เหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) เป็นเหล็กกล้าที่มีคาร์บอนเป็นธาตุผสมหลัก โดยปริมาณคาร์บอนที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อคุณสมบัติที่ต่างกัน สามารถแบ่งได้เป็นเหล็กกล้าคาร์บอน ต่ำ กลาง และสูง เหล็กกล้าคาร์บอนมีราคาประหยัดและใช้งานได้หลากหลาย จึงนิยมใช้ผลิตเหล็กเส้น เหล็กแผ่น ท่อเหล็ก และชิ้นส่วนเครื่องจักรทั่วไป

 

เหล็กกล้าผสม 

เหล็กกล้าผสม (Alloy Steel) เป็นเหล็กกล้าที่มีการเติมธาตุอื่น ๆ เช่น โครเมียม นิกเกิล หรือแมงกานีส เข้าไปในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ดีขึ้น เช่น เพิ่มความแข็งแรง ความทนทานต่อการกัดกร่อน หรือการทนความร้อน เหล็กกล้าผสมจึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการสมรรถนะสูง  เช่น เครื่องอุตสาหกรรม หรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์

 

ข้อแตกต่างระหว่างเหล็กหล่อและเหล็กกล้า 

ข้อแตกต่างระหว่างเหล็กหล่อและเหล็กกล้า

แม้จะมาจากธาตุเหล็กเหมือนกัน แต่เหล็กหล่อและเหล็กกล้ามีคุณสมบัติและลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  • ปริมาณคาร์บอน : เหล็กหล่อ มีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า เหล็กกล้า (มากกว่า 2%) ซึ่งทำให้คุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน
  • ความแข็งแรงและความเหนียว : เหล็กกล้ามีความเหนียวและทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าเหล็กหล่อซึ่งมีความแข็งและเปราะกว่ามาก
  • การขึ้นรูป : เหล็กหล่อขึ้นรูปด้วยวิธีการหล่อเป็นหลัก ส่วนเหล็กกล้าสามารถขึ้นรูปได้หลากหลายวิธี เช่น การรีด การตีขึ้นรูป การพับ หรือการเชื่อม
  • การใช้งาน : เหล็กหล่อมักใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงรับแรงกดและทนต่อการเสียดสี เช่น เครื่องจักรกลหรือชิ้นส่วนปั๊มน้ำ ขณะที่เหล็กกล้าใช้ในงานโครงสร้าง อาคาร ยานยนต์ และเครื่องมือต่าง ๆ ที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนทาน

 

เลือกซื้อเหล็กอย่างไรให้ได้คุณภาพดีที่สุด 

การเลือกซื้อเหล็กสำหรับงานอุตสาหกรรมหรือโครงการก่อสร้างเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและความปลอดภัยของงาน โดยเรามีข้อแนะนำในการพิจารณาเพื่อเลือกซื้อ เหล็ก ที่ได้คุณภาพ

  • เลือกผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ : ควรเลือกซื้อจากบริษัทที่มีประสบการณ์ มีชื่อเสียง และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล
  • ตรวจสอบคุณภาพสินค้า : เหล็กที่ได้มาตรฐานต้องมีขนาด ความหนา และน้ำหนักที่ตรงตามสเปค รวมถึงไม่มีรอยบิดเบี้ยวหรือรอยร้าว
  • คำนึงถึงประเภทและลักษณะการใช้งาน : เหล็กมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะกับงานแบบไหน หากไม่แน่ใจควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อ
  • บริการหลังการขาย : บริษัทที่ดีควรมีบริการให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

ที่ NS-SUS เรามุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายเหล็กคุณภาพสูงภายใต้แนวคิด “Steel for Life” เรามีทีมงานที่พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเภทของเหล็กและชนิดที่เหมาะสมกับงานของคุณมากที่สุด

 

สรุปข้อมูลประเภทของเหล็กและการนำไปประยุกต์ใช้งาน

ประเภทของเหล็กปริมาณคาร์บอนคุณสมบัติเด่นตัวอย่างการนำไปใช้งาน
เหล็กหล่อ (Cast Iron)สูงกว่า 2%แข็งแต่เปราะ, จุดหลอมเหลวต่ำ, รับแรงอัดดีแท่นเครื่องจักร, เสื้อสูบรถยนต์, ข้อต่อท่อ
เหล็กกล้า (Steel)ต่ำกว่า 2%เหนียว, แข็งแรงสูง, ดัดพับและขึ้นรูปง่ายโครงสร้างอาคาร, ชิ้นส่วนรถยนต์, ท่อเหล็ก

 

 สรุปบทความ

เหล็ก คือวัสดุที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรมยุคปัจจุบัน โดยความเข้าใจว่าเหล็กมีกี่ประเภทนั้นสำคัญอย่างยิ่งเพื่อการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับงานที่สุด การแบ่งเหล็กออกเป็นเหล็กหล่อและเหล็กกล้าทำให้เรามองเห็นความแตกต่างด้านคุณสมบัติ การใช้งาน รวมถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน 

หากคุณกำลังมองหาเหล็กที่ได้มาตรฐานและตอบโจทย์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นในงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือโปรเจกต์พิเศษ NS-SUS ยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ ด้วยผลิตภัณฑ์เหล็กคุณภาพเยี่ยมและการบริการที่เหนือกว่า

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทของเหล็กอุตสาหกรรม

ในงานวิศวกรรมโครงสร้างหลัก เหล็กมีกี่ประเภทที่นิยมใช้มากที่สุด?

หากพิจารณาว่าในงานโครงสร้างหลัก เหล็กมีกี่ประเภทที่นิยมใช้ คำตอบคือกลุ่มเหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) โดยเฉพาะเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำที่จัดอยู่ในกลุ่ม เหล็กโครงสร้างคาร์บอน เนื่องจากมีความเหนียว ทนแรงดึงได้ดี และสามารถเชื่อมประกอบได้ง่ายหน้างาน

 

ทำไมเหล็กหล่อจึงไม่นิยมนำมาทำเป็นคานรับน้ำหนักในงานก่อสร้างตึก?

เนื่องจากเหล็กหล่อมีปริมาณคาร์บอนสูงกว่า 2% โครงสร้างจึงมีความแข็งแต่เปราะ ไม่สามารถรับแรงดัดงอ (Bending Force) หรือแรงดึงได้ดีเหมือนเหล็กกล้า หากนำมาทำคานอาจเสี่ยงต่อการหักเปราะไร้การเตือนล่วงหน้า ซึ่งอันตรายร้ายแรง

 

เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเหล็กกล้าผสมที่เลือกซื้อมีคุณภาพเต็มสเปกจริง?

ผู้จัดซื้อควรเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และต้องทำการตรวจสอบสเปกของผลิตภัณฑ์ว่าผ่านเกณฑ์การรับรองตามมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเรียกดูใบรับรองคุณสมบัติทางเคมีทางกลทุกล็อตก่อนตรวจรับสินค้า

Related Article