เหล็กก่อสร้างมีกี่ชนิด เลือกใช้งานอย่างไรให้เหมาะสมและตอบโจทย์

31 กรกฎาคม 2026

เหล็กก่อสร้างมีกี่ชนิด เลือกใช้งานอย่างไรให้เหมาะสมและตอบโจทย์

เหล็กก่อสร้าง คือหัวใจสำคัญที่กำหนดความแข็งแรงและความทนทานของทุกโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารสูง หรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่รู้หรือไม่ว่า เหล็กก่อสร้าง ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจประเภทของเหล็กก่อสร้างอย่างถูกต้องจะช่วยให้งานของคุณมั่นคงปลอดภัย และประหยัดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เหล็กก่อสร้างมีกี่ประเภท

โดยหลักการแล้ว เหล็กก่อสร้างสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะการใช้งานและการแปรรูป ได้แก่ เหล็กเส้น (ที่ใช้เสริมความแข็งแรงในคอนกรีต) และ เหล็กรูปพรรณ (ที่ใช้ทำโครงสร้างหลักและโครงสร้างรอง) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง

 

เหล็กเส้นคอนกรีต (Reinforced concrete หรือ Ferro concrete)

เหล็กก่อสร้าง เหล็กเส้นคอนกรีต

 

เหล็กก่อสร้าง คือหัวใจสำคัญที่กำหนดความแข็งแรงและความทนทานของทุกโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารสูง หรือโรงงานอุตสาหกรรม แต่รู้หรือไม่ว่า เหล็กก่อสร้าง ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นหลากหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจประเภทของเหล็กก่อสร้างอย่างถูกต้องจะช่วยให้งานของคุณมั่นคงปลอดภัย และประหยัดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เหล็กก่อสร้างมีกี่ประเภท

เหล็กก่อสร้าง เหล็กรูปพรรณ

โดยหลักการแล้ว เหล็กก่อสร้างสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามลักษณะการใช้งานและการแปรรูป ได้แก่ เหล็กเส้น (ที่ใช้เสริมความแข็งแรงในคอนกรีต) และ เหล็กรูปพรรณ (ที่ใช้ทำโครงสร้างหลักและโครงสร้างรอง) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับอาคารและสิ่งปลูกสร้าง

 

เหล็กเส้นคอนกรีต (Reinforced concrete หรือ Ferro concrete)

เหล็กเส้น คือ เหล็กก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นเส้นยาว ใช้สำหรับเป็นส่วนประกอบหลักในงานคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) มีหน้าที่รับแรงดึงที่คอนกรีตไม่สามารถรับได้ดี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความทนทานและยืดอายุของโครงสร้างคอนกรีตให้ยาวนานมากขึ้น เหล็กเส้นแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลักตามลักษณะพื้นผิว

 

เหล็กเส้นกลม (Round Bar)

เหล็กเส้นกลม หรือที่รู้จักในชื่อย่อว่า RB เป็นเหล็กก่อสร้างที่มีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปวงกลมและมีผิวเรียบเกลี้ยงตลอดทั้งเส้น เหล็กประเภทนี้มีชั้นคุณภาพ SR24 ตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 และเหมาะกับงานที่ไม่ต้องรับแรงดึงมากนัก เช่น งานปลอกเสา ปลอกคาน หรือใช้ในงานโครงสร้างขนาดเล็ก เช่น งานรั้ว งานกลึง และงานตกแต่งทั่วไป

 

เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)

เหล็กข้ออ้อย หรือ DB เป็นเหล็กก่อสร้างที่มีลักษณะผิวเป็นบั้งคล้ายปล้องตลอดความยาวของเส้นเหล็ก โดยมีชั้นคุณภาพตั้งแต่ SD30, SD40 และ SD50 ตามการออกแบบโครงสร้าง เหล็กข้ออ้อยสามารถรับแรงได้มากกว่าเหล็กเส้นกลมมาก นิยมใช้กับงานโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องรับน้ำหนักสูง เช่น เสา คาน ฐานราก และพื้นของอาคารขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มความทนทานของโครงสร้าง

 

เหล็กรูปพรรณ (Structural Steel)

เหล็กรูปพรรณ คือ เหล็กก่อสร้างที่ผ่านกระบวนการรีดและแปรรูปให้เป็นรูปทรงหน้าตัดต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการรับน้ำหนักและการประกอบโครงสร้าง มีคุณสมบัติเด่นคือความแข็งแรง ประกอบติดตั้งได้ง่ายและรวดเร็ว นิยมใช้ทำโครงสร้างหลัก เช่น เสา คาน และโครงหลังคา เพื่อลดเวลาในการก่อสร้าง

 

เหล็กเอชบีม (H-Beam)

เหล็กเอชบีม เป็นเหล็กรูปพรรณที่มีหน้าตัดเป็นรูปตัว H ทั้งปีกบนและปีกล่างมีความกว้างเท่ากัน และมีแผ่นปีกที่เรียบหนา ทำมุมฉากเท่ากันตลอดทั้งเส้น เหล็กชนิดนี้สามารถรองรับน้ำหนักและโมเมนต์ได้ดีเยี่ยม มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับใช้เป็นเสา คานหลัก และโครงหลังคาในงานก่อสร้างอาคารและโรงงานขนาดใหญ่

 

เหล็กไอบีม (I-Beam)

เหล็กไอบีม มีหน้าตัดเป็นรูปตัว I โดยที่ปีกบนและปีกล่างจะมีความลาดเอียงที่ส่วนโค้งมน เหล็กชนิดนี้มีคุณสมบัติในการรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้ดีมาก นิยมใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักจำนวนมาก เช่น รางเลื่อนสำหรับเครนในโรงงานอุตสาหกรรม งานเครื่องจักรขนาดใหญ่ หรือเป็นเสาและคานในโครงสร้างหนัก ดีต่อแรงดัดในแนวเดียว (vertical bending) แต่แรงสั่นหรือแรงด้านข้างต่ำกว่า H beam

 

เหล็กฉาก (Angle Bar / L-section)

เหล็กฉาก มีหน้าตัดเป็นรูปตัว L โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดด้านเท่ากัน ทำมุม 90 องศา เหล็กฉากมีความคงทนแข็งแรง สามารถเข้ามุมและเชื่อมต่อโครงสร้างได้ง่าย นิยมใช้ในงานโครงสร้างรอง โครงหลังคา โครงสร้างป้ายขนาดใหญ่ โครงสร้างบันได รวมถึงงานเฟอร์นิเจอร์และชั้นวางของทั่วไป

 

เหล็กกล่อง (Steel Tube)

เหล็กกล่อง แบ่งเป็นเหล็กกล่องเหลี่ยม (สี่เหลี่ยมจัตุรัส) และเหล็กกล่องแบน (สี่เหลี่ยมผืนผ้า) ลักษณะเป็นท่อกลวงผิวเรียบ มีน้ำหนักเบาแต่คงความแข็งแรง นิยมใช้ในงานโครงสร้างทั่วไป เช่น โครงหลังคา ประตู รั้ว เสาขนาดเล็ก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายเพื่อทดแทนวัสดุอื่น ๆ

 

เหล็กตัวซี (Light Lip Channel / C-Channel)

เหล็กตัวซี หรือเหล็กแป มีหน้าตัดเป็นรูปตัว C ผิวเรียบ แข็งแรงทนทาน และเชื่อมต่อได้รวดเร็ว นิยมใช้สำหรับงานทำแปหลังคาเป็นหลัก รวมถึงโครงสร้างที่อยู่อาศัย เสาค้ำยัน หรือโครงสร้างอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับน้ำหนักมากนัก เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและติดตั้งได้สะดวก

 

เหล็กรางน้ำ (Steel Channel)

เหล็กรางน้ำ มีหน้าตัดเป็นรูปตัว C โดยปีกขาทั้งสองด้านจะมีความหนาและขนาดเท่ากันตลอดทั้งเส้น รับแรงได้มากกว่า C-Channel นิยมนำมาใช้ในงานเสริมโครงสร้างรอง ทำแปหลังคา คานบันได โครงหลังคาโกดัง หรือโรงงาน และโครงเสริมสะพาน เนื่องจากมีคุณสมบัติในการรับน้ำหนักและการยึดเกาะที่ดี

 

ท่อเหล็กดำ (Carbon Steel Tubes)

ท่อเหล็กดำ หรือที่หลายคนเรียกว่า "แป๊บดำ" เป็นท่อเหล็กคาร์บอนที่ไม่ได้ผ่านการชุบสังกะสี จึงมีผิวสีดำตามธรรมชาติของกระบวนการผลิต จุดเด่นคือมีความแข็งแรงสูง ราคาคุ้มค่า และสามารถนำไปเชื่อม ตัด หรือขึ้นรูปได้ง่าย

ท่อเหล็กดำได้รับความนิยมในงานโครงสร้าง รั้ว ประตู โครงหลังคา ท่อร้อยสายไฟ และงานอุตสาหกรรมทั่วไปที่ต้องการความแข็งแรงของวัสดุ โดยหากต้องใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดสนิม ควรมีการทาสีหรือเคลือบผิวเพิ่มเติมเพื่อยืดอายุการใช้งานของวัสดุ 

 

ท่อเหล็กอาบสังกะสี (Galvanized Pipe)

ท่อเหล็กอาบสังกะสี หรือท่อประปา คือการนำเหล็กท่อเหล็กดำไปชุบเคลือบด้วยสังกะสีเพื่อป้องกันการกัดกร่อนและสนิม มีความแข็งแรงทนทาน เหมาะกับการใช้ในงานท่อระบายน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อลำเลียงสายไฟ และยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำป้าย รั้ว หรือโครงสร้างภายนอกที่ต้องการความทนทานต่อความชื้น

 

เหล็กแผ่นดำ (Steel Plate)

เหล็กแผ่นดำ เป็นเหล็กรูปพรรณทรงแบน มีผิวเรียบ มีความหนาตั้งแต่ 1mm ขึ้นไป นิยมใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น ใช้ทำแบบเหล็กสำหรับงานเทคอนกรีต ใช้ต่ออาคารเหล็ก สะพานเหล็ก ม้วนทำท่อขนาดใหญ่ ใช้ขึ้นรูปชิ้นส่วนรถยนต์ และงานอุตสาหกรรมต่อเรือ

 

เหล็กแผ่นแบน (Steel Flat Bar)

เหล็กแผ่นแบน มีลักษณะเป็นแผ่นแบนยาว มีทั้งแบบรีดร้อนและรีดเย็น มักจะถูกนำไปใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป งานรองรับ งานทำฉากยึด งานเสริมโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน รวมถึงงานตกแต่ง หรือใช้เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างที่ต้องการความเรียบร้อย

 

เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized Steel)

เหล็กกัลวาไนซ์ (GI) คือเหล็กที่ผ่านกระบวนการเคลือบผิวด้วยสังกะสี เพื่อเพิ่มความสามารถในการป้องกันการกัดกร่อนและยืดอายุการใช้งานของวัสดุ โดยสังกะสีจะช่วยปกป้องพื้นผิวเหล็กจากความชื้นและสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดสนิม ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร

ด้วยความแข็งแรง ความคุ้มค่า และความทนทานต่อการกัดกร่อน เหล็กกัลวาไนซ์จึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น งานก่อสร้าง งานท่อ โครงสร้างเหล็ก ระบบปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการอายุการใช้งานยาวนาน

 

วิธีการเลือกซื้อเหล็กก่อสร้างให้ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

การจัดซื้อเหล็กก่อสร้าง ถือเป็นกระบวนการสำคัญในด้านการควบคุมต้นทุน (LEAN Pillar) ของโครงการ เพื่อให้ได้วัสดุที่เต็มสเปกและปลอดภัยสูงสุด ควรพิจารณาเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบตราประทับ มอก.: ต้องมั่นใจว่าเหล็กเส้นหรือเหล็กรูปพรรณผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มอก. ของประเทศไทยอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันปัญหาเหล็กเบา
  • พิจารณาค่าความหนาแผ่นเหล็ก: สเปกความหนาและน้ำหนักต่อเมตรต้องตรงตามที่วิศวกรระบุในพิมพ์เขียว ห้ามใช้เหล็กต่ำกว่าสเปกเพื่อลดต้นทุนเด็ดขาด
  • เลือกสภาพผิวให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม: หากเป็นงานโครงสร้างกลางแจ้งหรือพื้นที่ความชื้นสูง ควรเลือกใช้เหล็กกัลวาไนซ์เพื่อป้องกันสนิมในระยะยาว
  • เรียกดูใบรับรองผลจากโรงงาน: ทุกครั้งที่สั่งซื้อเหล็กเกรดอุตสาหกรรม ควรมีการขอใบรับรอง (Mill Certificate) เพื่อตรวจสอบค่าเคมีและคุณสมบัติทางกล
  •  

ตารางสรุปประเภทและการเลือกใช้เหล็กก่อสร้างให้เหมาะกับงาน

เพื่อช่วยให้ผู้รับเหมาและฝ่ายจัดซื้อสามารถประเมินสเปกวัสดุได้อย่างสะดวกรวดเร็ว NS-SUS ได้จัดทำตารางสรุปการประยุกต์ใช้งานของเหล็กแต่ละชนิดไว้ดังนี้

ประเภทเหล็กชนิดของผลิตภัณฑ์คุณสมบัติเด่นเชิงวิศวกรรมลักษณะงานที่เหมาะสมที่สุด
เหล็กเส้นคอนกรีตเหล็กเส้นกลม (RB)ผิวเรียบ, อ่อนตัว, ดัดง่ายงานปลอกเสา, ปลอกคาน, โครงสร้างเล็ก
เหล็กเส้นคอนกรีตเหล็กข้ออ้อย (DB)ผิวเป็นบั้ง, ยึดเกาะแน่น, รับแรงดึงสูงฐานรากอาคาร, เสาและคานรับน้ำหนักหลัก
เหล็กรูปพรรณเหล็กเอชบีม (H-Beam)ปีกหนาเท่ากัน, รับโมเมนต์ดัดดีเยี่ยมเสาอาคาร, คานหลักโรงงานขนาดใหญ่
เหล็กรูปพรรณเหล็กไอบีม (I-Beam)ปีกลาดเอียง, ทนแรงกดและแรงกระแทกสูงรางเลื่อนเครน, โครงสร้างหนักพิเศษ
เหล็กรูปพรรณเหล็กตัวซี / เหล็กฉากน้ำหนักเบา, เข้ามุมง่าย, ติดตั้งเร็วแปหลังคา, โครงหลังคา, โครงรองทั่วไป
เหล็กรูปพรรณเหล็กกล่อง / ท่อดำท่อกลวง, ผิวเรียบ, ดีไซน์หลากหลายงานโครงสร้างทั่วไป, นั่งร้าน, รั้ว, ประตู
เหล็กรูปพรรณเหล็กแผ่นดำ / แผ่นแบนหน้าตัดแบนเนียน, แข็งแรงสูงแผ่นเพลทรองหัวเสา, งานต่อเรือ, งานเชื่อม
เหล็กเคลือบผิวเหล็กกัลวาไนซ์ชั้นสังกะสีหนา, ต้านทานสนิมดีเยี่ยมโครงสร้างภายนอก, พื้นที่ใกล้ทะเลหรือชื้น

 

สรุปบทความ

การเลือกใช้เหล็กก่อสร้างให้เหมาะสมกับงานเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัย ความทนทาน และอายุการใช้งานของโครงสร้าง การรู้จักคุณสมบัติเฉพาะของเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณแต่ละชนิดจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเหล็กก่อสร้างคุณภาพสูงหลากหลายชนิด พร้อมมาตรฐานที่เชื่อถือได้ NS-SUS มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการจัดหาผลิตภัณฑ์เหล็กกล้าที่ครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์โครงสร้างที่มั่นคงยั่งยืนให้แก่สังคมไทย

 

คำถามที่พบบ่อย

มาตรฐาน มอก. สำหรับเหล็กก่อสร้างคืออะไร?

มอก. คือมาตรฐานอุตสาหกรรมที่รับรองคุณภาพและความปลอดภัยของเหล็กก่อสร้าง เช่น มอก. 24 (เหล็กข้ออ้อย) และ มอก. 20 (เหล็กเส้นกลม)

 

เหล็กก่อสร้างที่ใช้ในงานโครงสร้างหลักควรมีคุณสมบัติอย่างไร?

ควรมีคุณสมบัติรับแรงดึงและแรงอัดได้สูง มีค่ากำลังคราก (Yield Strength) ตามที่กำหนด และมีความเหนียวเพียงพอต่อการใช้งานเพื่อเพิ่มความทนทานของโครงสร้าง

 

เหล็กรูปพรรณ กับ เหล็กเส้น ใช้ต่างกันอย่างไร?

เหล็กรูปพรรณ ใช้ทำเสา คาน และโครงสร้างหลักที่รับน้ำหนักโดยตรง ส่วน เหล็กเส้น ใช้ฝังในคอนกรีตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการแตกร้าวของคอนกรีต

Related Article